
ใครบ้างค่ะ อยากเดินทางจนจะระเบิดอยู่แล้ว หลังจากเกือบ 3 ปีผ่านไป โปรดยกมือ!!!! สำหรับนักเดินทางทั้งหลาย ที่กำลังอยากเดินทางไปยุโรปหรือว่าอิตาลี มาอ่านกันค่ะ ว่าไปเที่ยวช่วงนี้กันไหวรึยัง และโลกนอกประเทศเราเป็นไงกันแล้วบ้าง
หลายคนอาจจะยังกังวลอยู่ว่า เดินทางต้องมีเอกสารหรือต้องปฎิบัติตัวอย่างไร เพื่อให้ปลอดภัย ไม่เจออุปสรรค และเดินทางราบรื่นตลอดทริป อย่างเดียวเลยค่ะที่คุณจะต้องพกไปด้วย คือ ดวงล้วนๆ !!!!! 5555
มันไม่ใช่แค่บ้านเรานะคะที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมารายวันโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เค้าเป็นกันทั้งโลกค่ะ หาความแน่นอนไม่ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นมากแล้ว แทบจะกลับมาเป็นปกติ เพราะถ้าไม่งั้นน่าจะอดตายกันไปมากกว่านี้
นิยามคำว่าปกติ สำหรับอิตาลี ตอนนี้ คือ เข้าประเทศอิตาลี ไม่ต้องมีแสดงเอกสารใดๆทั้งสิ้น เดินทางเหมือนก่อนเกิดโควิดได้แล้ว เหลือแค่ระหว่างนั่งเครื่องบินต้องใส่หน้ากากเท่านั้น อาหารเสิร์ฟตามปกติ แต่ที่น่าเสียดายคือ ไม่มีสายการบิน บินตรงไปประเทศอิตาลีแล้ว ณ ตอนนี้ เพราะการบินไทยได้ยกเลิกเที่ยวบินตรงไป Milan and Rome และยังไม่มีแผนว่าจะกลับมาเปิดเส้นทางนี้อีก แต่ได้ข่าวว่า EVA อาจจะมีบินตรง BKK-Milan หลังจากเดือนตุลาคม ก็มาลุ้นกันว่าจริงรึเปล่า เมื่อไปถึงสนามบินที่อิตาลี ที่สนามบินก็ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากแล้ว คนบางคนก็ใส่บางคนก็ถอด ที่อิตาลียกเลิกกฏการใส่หน้ากากแล้วทุกที่ ยกเว้นบนรถสาธารณะ ซึ่งเค้าก็ไม่ได้เข้มงวดมาก บางคนก็ใส่ บางคนก็ไม่ใส่ บริเวณอื่นนอกเหนือจากสนามบิน มีคนใส่หน้ากากกันประมาณ 10% เท่านั้น ถ้าใส่ก็ คือ ดูแปลกๆ เราเองยังสงสัยว่าคนที่ใส่หน้ากากมาจากประเทศไหน
ส่วนจะติดโควิดหรือไม่ติดก็แล้วแต่ดวงอีกแหละค่ะ เบนไม่ได้ใส่หน้ากากเลย ยกเว้นตอนอยู่บนรถไฟ เพราะเค้าบังคับ ก็ยังรอดกลับมาได้นะคะ แล้วลูกทัวร์ทุกคน 4 ทริป ก็รอดกันหมด
ในส่วนของโรงแรมนั้น เปิดกันหมดทุกโรงแรมแล้ว เกือบจะเรียกว่าปกติ แต่ปัญหาที่ยุโรปตอนนี้ คือ ทุกที่ under Staff พนักงานไม่พอเนื่องจากว่าคนไม่ยอมกลับมาทำงานกัน เพราะงั้นบริการต่างๆจะค่อนข้างติดขัดและใช้เวลานาน รวมถึงร้านอาหารด้วย ที่คนเสิร์ฟจะวิ่งกันขวิดและเหงือแตก ดูน่าสงสารมาก ถึงแม้ว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาแบบเต็มรูปแบบก็ตาม
ปีนี้อากาศแปลกมาก เจอ Heat Wave ตั้งแต่ต้น June บอกตรงๆว่าตั้งแต่ทำทัวร์มา 10 ปี June-July ที่ผ่านมาเที่ยวแบบทรหดที่สุดแล้ว รู้สึกเหมือนอยากนอนอยู่ในห้องโรงแรมเปิดแอร์ตลอดเวลา ซึ่งความจริงแล้ว June อากาศควรจะยังเย็นสบายอยู่ แต่ตอนนี้อิตาลี ประสบณ์กับปัญหาภัยแล้งและไฟป่า รวมถึงอากาศร้อนมาก ใครอยากไปเที่ยวก็เว้นสิงหาคมไปก่อนนะคะ ร้อนขนาดนี้ เที่ยวไม่สนุกแน่นอน หวังว่าเดือนกันยายนและตุลาคมอากาศคงจะดีขึ้น (ซึ่งปกติอากาศควรจะเย็นลงแล้ว) ใครรอไหวก็แนะนำ April ปีหน้าเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ชอบแบบอากาศหนาวมาก Season ที่เที่ยวอิตาลีสบายสุดสำหรับเบน คือ ตั้งแต่ April- early July แล้วก็ Sep - Oct เป็นช่วงที่ดีที่สุด อากาศสบายนักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก
ถ้าไปเที่ยวตอนนี้ก็คือให้เพื่อใจไว้กับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดฝันเลยนะคะ จองอะไรเอาแบบ free cancelation หรือให้ flexible ที่สุด อย่ายึดว่าเพราะถูกกว่า เนื่องจากอาจจะเสียฟรีไปเลย เรื่อง Strike หรือการประท้วงนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่อาจจะมากกว่าปกตินิดหนึ่ง ช่วงเบนไปเจอ Taxi หยุดประท้วง 2 รอบ รถไฟประท้วง 2 รอบ แล้วก็ Delay เป็นเรื่องปกติ เพราะงั้นทำใจร่มๆ เจอปัญหาถือเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ก็ท้าทายดีเป็นประสบการณ์มันๆมาเล่าต่อ ถ้าราบรื่นมากจะเอามาเล่าให้คนที่บ้านฟังไม่สนุก นี่ไม่ได้จะขู่ให้กลัว แต่ถ้าทำใจไปแบบนี้แล้ว เวลาเจอเหตุไม่คาดคิดจะได้ไม่รู้สึกว่ามันไม่เป็นปัญหา
สุดท้ายคือนั่งเครื่องบินกลับบ้าน ล่าสุด ที่ counter check-in จะขอตรวจเอกสารการฉีดวัคซีน ซึ่งไม่ได้ระบุว่าต้องมี booster เบนผ่านมาแบบสบาย ด้วยแค่ 2 เข็ม(เค้าแทบจะไม่ได้อ่านรายละเอียดเลย แค่เห็นว่ามี ก็ให้ผ่านแล้ว) printe ออกมากจากหมอพร้อมได้ ไม่ต้องทำ vaccine passort แล้วค่ะ หรือถ้าใครไม่มีเอกสารวัคซีนก็ต้องมีผลตรวจ ATK หรือ PCR (เรื่องการตรวจ ATK หลายคนนึกว่าสามารถใช้ที่ตรวจที่บ้านไปโชว์เค้าได้ ไม่ใช่นะคะ ต้องมีเป็นเอกสารจากหน่วยการแพทย์แบบเป็นทางการนะคะ)
อันที่ต้องใช้ดวงมากสุดเห็นจะเป็นสายการบินที่บินจากยุโรปหรือระหว่างยุโรปเนี้ยแหละค่ะ เพราะไม่ใช่แค่โรงแรมและร้านอาหารเท่านั้นที่พนักงานไม่พอ สายการบินและสนามบินก็พนักงานไม่พอเหมือนกัน ทำให้ flight ถูก cancel หรือว่า dealy กันเยอะมาก กระเป๋ามีคนโดนกันเยอะมากว่าไม่มา และจะตามมาที่หลังในอีกสองหรือสามวัน ขากลับกระเป๋ามาช้าไม่เท่าไหร แต่ขาไปถ้าเจอ connecting flight แล้วมันไม่มาเนี้ยสิเรื่องใหญ่ เพราะงั้น แนะนำว่ากระเป๋า carry-on ที่ถือขึ้นเครื่องควรมีเครื่องประทังชีพประมาณ 2 คืน และให้พกใส่ดวงเข้าไปในนั้นด้วย
จบ

No comments:
Post a Comment